การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง

จากคลิปข้างต้นเราเห็นได้เลยว่าโลกของห้องเรียนเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก การใช้ทักษะด้านคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญที่เราปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

การสื่อสารในโลกยุคใหม่ในฐานะผุ้บริหารต้องเรียนรู้ให้เท่าทันกับนักศึกษาใน Generation Y or Generation Z ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี อยู่กับมือถือ เชื่อมต่อกับอินเทร์เน็ต

การประชาสัมพันธ์องค์กรควรทำหน้าที่เพื่อองค์กร ไม่ใช่เพื่อเจ้านายหรือหัวหน้าที่สั่งให้ทำ แต่เท่าที่ดูการประชาสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ทำเพื่อผู้บังคับบัญชามากกว่าเพื่อองค์กรอย่างแท้จริง (ดร.พีรยา หาญพงศ์พันธุ์ ม.กรุงเทพ)

การทำงานด้านประชาสัมพันธ์การสื่อสารต้องตั้งอยู่ฐานการคิดใหม่ ที่เราต้องทำให้เป็นระบบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต (creating a new future that never existed before, and based on continual learning and a new mindset take different actions step from what was done in the past)

 

เราจะสื่อสารอัตลักษณ์ของสถาบันออกมาให้ได้ ต้องย้ำอัตลักษณ์ของตนเองให้เจอ แล้วจะสื่อให้สังคมหรือคนภายในองค์กรรับทราบหรือซึมซับ กลับมาที่ประเด็นของม.อ. เมื่อเราพูดถึงม.อ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งม.อ.ปัตตานีแล้ว เรานึกถึงอะไร เราหาตัวตนของเราเจอหรือเปล่า เป็นอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับสถาบันอื่น เป็นเรื่องที่สถาบันอื่นไม่มี เช่นเรานึกถึงภาษาอังกฤษเก่ง เราจะคิดถึง  ABAC เพราะเขาได้ทำเรื่องมานาน และสังคมก็สัมผัสได้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ การจะเปลี่ยนแบบ disruptly  ต้องใช้ innovation ซึ่งจะมาพร้อม ๆ กับ how to พอมาถึงตรงนี้เราต้องมาคิดหา innovation กรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ใช้เรียกมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่าเป็น creative university โดยใช้รูปเพชรมาสื่อเป็นแบรนด์องค์กร ผมก็กำลังคิดที่จะหาหลักคิดเรื่องการสร้างแบรนด์องค์กรของม.อ.ปัตตานีออกมาภายใต้ข้อความ PSU Pattani ซึ่งคงต้องช่วยกันคิด ช่วยกันระดมความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของบุคลากรและนักศึกษา

Transformative Change: เริ่มจากผู้นำที่วิสัยทัศน์ ต้องทำงานที่เชื่อมโยงกับฝ่ายอื่นเช่นฝ่ายวิชาการ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ฝ่ายบริหาร หรือการทำงานที่ข้ามไซโล ทำงานแบบแนวระนาบมากขึ้น ต้องกล้าที่จะออกแบบ comfort zone ที่สำคัญต้องให้ความสนใจเรื่องรายบุคคลมากกว่าที่จะเป็นเรื่อง mass เพียงอย่างเดียว เพิ่มความกันเองมากขึ้น เข้าใจความเป็นตัวตนของแต่ละคนให้มากขึ้น Just do it. เป็นการเปลี่ยนแบบรวดเร็ว หน้ามือเป็นหน้ามือ นั่นคือ transformative change

 

เขาจะได้ในสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

ในชีวิตคุณอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด

เราจะสามารถสร้างบัณฑิตให้เป็นเหมือน Unsung Hero ให้ได้ สังคมไทยต้องการมาก ไม่จำเป็นต้องหล่อ ต้องสวย แต่เป็นฮีโร่ด้วยความคุณงามความดี เราต้องเป็น Public Mind (Positive blic Mind, Participation Mind, P usful Mind, P unselfish Mind, P understanding Mind, Pu broad Mind, Pu be proactive Mind, Pub love Mind, Pub Intrend c Mind, Publicommunication Mind) ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากที่เราจะทำอย่างไรให้นักศึกษาเป็นคนที่ public mind โดยผ่านกระบวนการของตัวย่อข้างต้น

We are change agents: เพราะเราคือผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ต้องให้เกิดขึ้นกับองค์กรของเรา เปลี่ยนแปลงแบบมีวิสัยทัศน์หรือ visionary

การสื่อสารควรแบ่งกลุ่มของเป้าหมายให้ได้ก่อน ไม่ใช่คุยกับทุกฝ่ายใครก็ได้ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง กลุ่มผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติการ และสุดท้ายกลุ่มที่สงสัยหรือไม่แน่ใจกับการเปลี่ยนแปลง และสื่อที่ใช้ต้องให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม เช่นกลุ่มผู้บริหารต้องเราตัวเลขที่ชัดเจน สรุปสำหรับผู้บริหาร แต่ถ้าเป็นระดับปฏิบัติการคงใช้ตัวเลขไม่ได้เลย บอกไปเลยว่าจะให้เขาทำอะไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเองต้องมาใช้และพยายามคิดแนวทางที่จะนำเรื่องราวที่ผมคิดว่าผมจะนำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาคปฏิบัติให้ได้ ดูเหมือนเป็นขั้นตอนสำหรับการนำแนวคิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การสื่อสารกับกลุ่มต่าง ๆ ต้องทำอย่างไร หน้าที่ของนักสื่อสารต้องเปิดพื้นที่ และให้ทันต่อเวลาด้วย เพราะบางครั้งถ้าปล่อยให้อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไรมันอาจเรื้อรัง หรืออาจยุติก็ได้ ต้องค่อย ๆ ดูและประเมินสถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงเราต้องทำในลักษณะองค์รวมเหมือนกับ orchestra แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองออกมา