การประกันคุณภาพการศึกษาไทย

เนื่องจากแนวโน้มประเทศไทยในปัจจุบันจำนวนผู้เรียนเริ่มลดลง ขณะเดียวกันจำนวนของมหาวิทยาลัยมีมากขึ้น สาขาวิชาเปิดรับหลากหลายสาขา ดังนั้นการแข่งขันก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ในโลกแห่งการแข่งขันนั้นคนที่พร้อมที่สุดหรือหน่วยงานที่มีคุณภาพมากที่สุดเท่านั้นที่สามารถจะยืนหยัดอยู่ได้ เรื่องของประกันคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ผมคิดว่าหลายคนก็ปวดหัวเรื่องของการประกัน การประเมิน มคอ. เป็นต้น จุดที่น่าสนใจก็คือเมื่อเรามีการทำประกัน เขียนรายงานเกือบทุกกิจกรรม ตามสมมุติฐานเดิมการศึกษาไทยน่าจะดีขึ้น เพราะเราได้ทำประกันคุณภาพการศึกษามาหลายปี อย่างน้อยเกินหนึ่งทศวรรษไปแล้ว แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ทำไมคุณภาพการศึกษาไทยกลับต่ำลงเรื่อย ๆ อันดับการศึกษาไทยในอาเซียนก็ตกไปลำดับที่แปด และกำลังทำท่าว่าจะตกอันดับลงไปอีก ผมก็เลยเกิดข้อสงสัยว่าตามเชื่อเดิมที่กพร.บังคับให้มีการทำประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ดีขึ้น แต่ไม่เป็นเช่นนั้น แถมอาจารย์และคนทำงานในมหาวิทยาลัยทุกคนนอกจากทำงานในหน้าที่ในแต่ละวันแล้ว ยังต้องมาพะวงกับเรื่องที่ต้องรายงาน SAR ปีละครั้ง

หรือว่าระบบการประเมินคุณภาพของไทยยังไม่ตอบโจทย์ตามที่วางเป้าแต่เดิม เรามาเน้นเรื่องของการทำรายงาน เรื่องของการใช้ทักษะการเขียนดีหรือไม่ดีหรือเปล่า เน้นเรื่องว่าทำหรือไม่ทำ แต่ไม่ได้ให้ความสนใจว่าคุณภาพของกิจกรรมเป็นอย่างไร เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาหรือบัณฑิตในเชิงที่จับต้องได้หรือไม่ นักศึกษามีการพัฒนาที่ดีขึ้นในแต่ละปีหรือไม่ เด็กไทยมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การใช้ทักษะภาษาต่างประเทศ หรือทักษะแห่งศวรรษที่ 21 ดีขึ้นมาจริงหรือไม่อย่างไร ผู้ประเมินเองก็ศึกษาเฉพาะเอกสารที่หน่วยงานเขียนส่งมาให้อ่าน เมื่อเป็นเช่นนี้หน่วยงานที่มีทักษะการใช้ภาษาดี เขียนแล้วสามารถโน้มน้าวให้ผู้ประเมินเชื่อได้ ก็ดีไป ผู้ประเมินได้กำหนดกรอบของการประเมินอย่างชัดเจน พอถึงคราวประเมินแต่ละรอบจะมีเอกสารหรือแฟ้มเอกสารเป็นตั้ง ๆ กองไว้บนโต๊ะเพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่าน และในหลาย ๆ ครั้งผู้ประเมินก็ไม่ได้อ่านหมดเพราะมีเยอะเกินไป มาตรฐานของประเมินก็ไม่มีเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะอลุ่มอล่วยให้หน่วยงาน เป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน มากกว่าที่จะมาก “บี้” หรือ “ขยี้” ให้เห็นผลอย่างชัดเจน บางคนที่เข้มข้นขึ้นมาหน่อยก็มีการสัมภาษณ์ ซึ่งคนที่จะให้ข้อมูลนั้น ผู้รับการประเมินเป็นคนเลือกว่าจะให้สัมภาษณ์ใคร ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าผู้รับการประเมินต้องเลือกคนที่เขาเชื่อว่าน่าจะตอบได้ดีที่สุด คนที่ให้ผลสะท้อนในทางที่ดีให้กับองค์กร ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ตามหลักการวิจัยก็ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะผู้วิจัยมี  bias ในการเลือกประชากรวิจัย ไม่ได้เกิดจากสุ่มตัวอย่างตามทฤษฎีหรอก แล้วผลที่ออกมาย่อมไม่เป็นความจริง ไม่ได้สะท้อนผลที่แท้จริง

ประเด็นเรื่องเกณฑ์การประเมินที่กำหนดโดยระดับสูงก็มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก เช่นปีนี้มีการใช้เกณฑ์การประเมินระดับหลักสูตร ซึ่งได้เปลี่ยนจากปีที่แล้วที่ประเมินในระดับภาควิชา กว่าจะเข้าใจหรือรู้เรื่องการทำรายงานระดับภาควิชาต้องใช้เวลากับอาจารย์ในภาคอยู่ตั้งนานหลายปี และเริ่มจะเข้าใจมากขึ้นแล้ว มหาวิทยาลัยก็มีการปรับให้มาประเมินระดับหลักสูตร ซึ่งมีเกณฑ์แบบใหม่เลย ปีนี้ทำให้อาจารย์หลายคนก็งง กรอกข้อมูลแบบขอให้ผ่านไปที บางภาควิชาทำส่งแบบไม่เข้าใจ ที่แย่มากกว่านั้นก็คือเกณฑ์การประเมินเพิ่งแจ้งให้ทราบและปฏิบัติตามหลังจากห้วงเวลาผ่านไปแล้วเกือบหกเดือน เหมือนกับว่าเราได้ทำงานไปโดยใช้เกณฑ์เดิม แต่มาเปลี่ยนกติกาหลังจากที่เราเริ่มแตะไปแล้วครึ่งแรกไปแล้ว แล้วจะเอาอะไรมาประเมิน มันก็แปลกดีเหมือนกันนะครับ เมื่อเราใช้เกณฑ์ใหม่ไปหนึ่งปี ซึ่งจะเริ่มรู้เรื่องมากขึ้น มหาวิทยาลัยก็ประกาศให้เกณฑ์การประเมินใหม่อีก ไม่ว่าจะเป็น EdPEX, AUN QA, TQM เป็นต้น ซึ่งต้องทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง แม้ว่าหลาย ๆ จุดซ้ำกัน และการทำความเข้าใจกับเกณฑ์ใหม่ ๆ ต้องใช้เวลาอีก และอนาคตก็ไม่แน่ใจอีกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อีกหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้เลย

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าประเด็นที่ระบบการประเมินยังไม่สามารถตอบโจทย์หรือสะท้อนการความเป็นจริง และความท้าทายของทำงานของสถาบันการศึกษาไทยได้เท่าไหร่คือวัฒนธรรมไทยนั่นเอง เพราะผมคิดว่าวัฒนธรรมเป็นวัฒนธรรมที่เป็นไม่มี boundery หรือขอบเขตที่ชัดเจน การพูดหรือประเมินคนอื่นแบบตรง ๆ นั้น สังคมไทยรับไม่ได้ ถ้าคณะกรรมการชุดไหนมาประเมินแบบตรง ๆ แรง ๆ ทำให้การประเมินภายในไม่ผ่าน ปีหน้าเปลี่ยนคณะกรรมการใหม่เลย เป็นเรื่องที่คนประเมินก็ไม่กล้าพูดตรง ๆ และคนรับการประเมินรับไม่ได้เหมือนกัน คนไทยเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในที่ประชุม เมื่อออกจากห้องประชุมก็เกิดความรู้สึกของความขัดแย้งนั้นอีก นำมาผนวกกับความรู้สึกส่วนตัว วัฒนธรรมไทยยังแยกไม่ค่อยออกระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความเป็นเรื่องงาน วัฒนธรรมไทยเป็นแบบ collectivism ชอบอยู่แบบรวม ๆ ไปไหนไปด้วยกัน ไม่ค่อยชอบแสดงความตัวตนให้ออกมาเห็นเด่นชัดเท่าไหร่ กลัวว่าจะเด่นไปกว่าคนอื่น กลัวคนอื่นจะว่าอย่างนั้นอย่างนี้ จริง ๆ ระบบการประเมินเป็นวิถีคิดแบบโลกตะวันตกมากกว่า ที่เขาพร้อมรับการประเมินตรง ๆ แรง ๆ ทั้งสองฝ่ายรับได้หมด

จากเรื่องที่ผมกล่าวมาข้างต้นดูเหมือนว่ามีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ต้องมาขบคิดเรื่องระบบการประเมินผลคุณภาพการศึกษา จริง ๆ แล้วเรื่องการประเมินผลหรือการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องที่ดี โดยแนวคิดแล้วเป็นเรื่องที่ดี และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา ประเทศไทยก็ต้องรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่สามารถปฏิเสธกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เลย แต่ประเด็นที่ผมวิเคราะห์เรื่องระบบการจัดทำประกันคุณภาพของไทยเราที่น่าจะมีอะไรเป็นช่องโหว่อยู่ ทั้งนี้เพื่อตอบโจย์ที่ว่าระบบประกันคุณภาพการศึกษาสะท้อนความเป็นจริงของการศึกษาไทย เพื่อการต่อยอดและพัฒนาที่สอดคล้องต่อไป ซึ่งสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่าการศึกษาไทยน่าจะดีขึ้น โดยนำเอาระบบประกันคุณการศึกษาเป็นเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาได้ มองตัวเราเอง และให้คนอื่นมามองด้วย

ตอนที่เขียนนี้ ผมกำลังการบรรยายเรื่อง “ผู้บริหารกับการประกันคุณภาพ” โดยผศ.ปราณี พรรณวิเชียร ซึ่งอาจารย์พูดถึงประเด็นการประเมินคุณภาพด้านกิจการนักศึกษา มีประเด็นรายละเอียดเยอะ มีประเด็นที่น่าคิดและเอาไปทำต่อคือ

  1. เราจะวางยุทธศาสตร์ด้านการทำกิจกรรมนักศึกษาว่าเราทำเพื่ออะไร
  2. เมื่อเป้าหมายชัด เราแบ่งการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับคณะ เพื่อสู่เป้าหมายเดียวกัน
  3. ต้องมาทบทวนกิจกรรมนักศึกษาที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัย ตณะ องค์การ สโมสร ชมรม สภานักศึกษา ว่ากิจกรรมที่ทำแล้วตอบโจทย์อะไรบ้าง นักศึกษาได้อะไร ไม่ใช่ทำแล้วใช้เงินหมดมั้ย เคลียร์เอกสารโครงการครบถ้วนหรือไม่ แต่เราไม่ค่อยถามว่าผลลัพธ์ของโครงการคืออะไร เด็กได้เรียนรู้อะไรบ้างจากิจกรรมดังกล่าว

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s