แนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัย

ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานในฐานะเป็นหนึ่งของผุ้บริหารระดับมหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมในระดับต่าง ๆ และได้เรียนรู้เรื่องราวในระดับการบริหาร อย่างในวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาร่วมการประชุมในลักษณะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สำคัญมาก ผมขออนุญาตสรุปในประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. เราจะทำอย่างใรให้นักศึกษามอ.รักในการทำงานที่หนักมากขึ้น นักศึกษารุ่นหลัง ๆ ชอบความสะดวกสบาย ถ้ามีกิจกรรมหรือการเรียนการสอนที่ต้องลงมือปฏิบัติเยอะ ๆ ดูเหมือนนักศึกษาไม่ค่อยชอบเข้ามาทำงานหรือเรียนในรายวิชาเหล่านั้น ซึ่งจะส่งผลต่อบุคลิกภาพของนักศึกษาเมื่อเรียนจบออกไป ตลาดแรงงานต้องการลูกจ้างที่ทำงานหนักได้ ถ้าไม่ฝึกในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาไม่มีโอกาสที่จะฝึกได้อีกแล้ว ต้องปรับทัศนคติ และฝึกให้นักศึกษาได้ทำงานจริง ๆ จัง ๆ

๒. การก้าวสู่ความนานาชาติหรือความเป็นสากลเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับสถาบันอุดมศึกษา กระบวนการด้านวิเทศสัมพันธ์เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ผลักดันองค์กร ไม่ว่าเรื่องการวิจัย การพัฒนานักศึกษาและอาจารย์ หรือการเรียนการสอน เป็นต้น ความเป็นนานาชาติมิได้หมายถึงแค่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้อื่น เป็นต้น เพราะเราเขื่อมาตลอดว่าโลกแห่งอนาคตเป็นโลกแห่งความร่วมมือ สามาถเชื่อมโยงติดต่อกันได้ง่ายขึ้น ความสำคัญในเชิงพรมแดนหรือชายแดนอาจลดลง มหาวิทยาลัยต้องจับประเด็นนี้ให้ชัด เมื่อชัดแล้วกระบวนการทำงานจะได้ออกแบบให้สอดคล้องกันได้ เช่นระบบเอกสารที่ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงได้ แบบฟอร์มต่าง ๆ แม้กระทั่งหอพักนักศึกษานานาชาติ การออกแบบกิจกรรมที่มีการบูรณาการร่วมกับนักศึกษาไทย

๓. การพัฒนาระบบไอทีเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร และนอกองค์กร โลกสมัยใหม่นี้ให้ความสำคัญกับการใช้โลกออนไลน์ อยากทราบเรื่องอะไรก็ตามคนรุ่นใหม่คิดถึงคอมพิวเตอร์ นึกถึง google, YouTube เป็นต้น การพัฒนาในช่วงแรกดูเหมือนยาก และต้องใช้งบประมาณพอสมควร แต่เมื่อระบบเดินหน้าได้ มีความคุ้มค่ามากเลย นอกจากลดเวลาการทำงานลง แต่ยังมีความแม่นยำ สวยงาม ประหยัดได้อีกด้วย และยังสามารถยังภาพพจน์ที่ดีไปสู่สังคมภายนอกด้วยเช่นกัน

๔. การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้แก่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไขประตูสู่ห้องขององค์ความรู้ได้ และการเป็นใบเบิกทางในการเข้าสู่การทำงานที่ได้รับการดีขึ้น ตลอดจนเพื่อการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและเอกต่อไป ทั้งหมดนี้ให้ความสำคัญกับทักษะภาษาอังกฤษทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยต้องหากุศโลบายที่จะให้นักศึกษามีโอกาสใข้ภาษาอังกฤษทั้งในและนอกห้องเรียนมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยน mindset ทั้งนักศึกษาและบุคลากรกันก่อน ทั้งในเรื่องการเรียน ความรุ้สึกต่อการใช้ภาษาในที่สาธารณะ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติ ในรั้วมอ.ปัตตานี นอกจากนักศึกษาเรียนภาษาอังกฤษในห้องแล้ว ต้องเน้นกิจกรรมที่จะให้นักศึกษาร่วกันทำกับนักศึกษาชาวต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขั้นเรื่อย ๆ ถ้าต่างคนต่างอยู่เราก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ผมเชื่อว่าการที่มอ.ชักชวนนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนนั้น เพื่อต้องการความเป็นสากลให้กับวิทยาเขต ซึ่งความเป็นสากลนั้นรวมถึงภาษาอังกฤษด้วย English speaking environment should be addressed clearly because we believe that English should be taught in classroom. We can see the development of our English capability of Thai students. Do we have to follow this fashion as we realize that the outcomes are not functional?

๕. งานวิจัยเพื่อตอบสนองชุมชนและสังคมหรือเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น มิใช่การวิจัยที่เกิดขึ้นความสนใจของนักวิจัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในแต่ละปีมอ.ได้ผลิตงานวิจัยเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่งานวิจัยจบลงที่การตีพิมพ์ publication เพื่อนำไปขอตำแหน่งทางวิชาการ แต่จะมีงานวิจัยสักกี่เรื่องที่ชุมชนสามารถนำผลงานวิจัยไปใช้จริง อย่างที่มอ.ปัตตานี เราจะเป็นที่เพิ่งด้านวิชาการในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศักยภาพของอาจารย์มอ.ในงานวิจัยมีเยอะมาก แต่เมื่อทิศทางหรือเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การตีพิมพ์เท่านั้น สังคมหรือชุมชนจะได้อนิสงษ์อะไรจากศักยภาพของอาจารย์มอ. หรือจากสถาบันการศึกษาอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงในภาคใต้

๖.  Global Outlook ให้กับนักศึกษาต้องใส่ให้นักศึกษาเพิ่มขึ้น นักศึกษาต้องมีมุมมองโลกที่กว้างใหญ่ขึ้น เรียนรู้ความแตกต่างบนพื้นฐานของความเชื่อ วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีในส่วนต่าง ๆ ของโลกใบนี้ สร้างองค์ความรู้เรื่อง Global Citizenship Awareness นักศึกษาเราเป็นพลเมืองไม่เฉพาะของไทยเพียงเท่านั้นในโลกอนาคต แต่ยังเป็นพลเมืองโลกด้วย

๗. การทำ rebranding องค์กรมอ.ไปสู่สังคม คงต้องทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เรื่องภาพลักษณ์ที่ออกไปสู่สังคมนอกนั้นคงต้องมีเรื่องการประชาสัมพันธ์องค์กร เราต้องการให้สังคมรับรู้เรื่องเราอย่างไร การดำเนินงานในเรื่องราวเหล่านี้ยังน้อยมาก บางครั้งเราละเลยหรืออาจให้ความสำคัญน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ

เข้าใจมาประขุมวันนี้ได้แนวคิดจากที่ประชุมหลายเรื่องทีเดียว รับฟังความคิดเห็นจากนักคิดต่าง ๆ อย่างไรก็ตามการที่จะนำแนวความคิดข้างต้นไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมนั้น คิดว่าเป็นเรื่อที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือในการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ Get things done. ต้องช่วยกันผลักดันและขับเคลื่อนกันต่อไป

บดินทร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s