EDUCATION REFORM A TOP PRIORITY (Vietnam)

Vietnam_s_education_report_released-topImage

EDUCATION REFORM A TOP PRIORITY: PM

Published on Thursday, 27 February 2014
Written by Bangkok Post
Ha Noi (VNS) — Prime Minister Nguyen Tan Dung has said education and training policy must be the nation’s top priority and undergo comprehensive reform to align with the country’s industrialisation process.
Dung made the statement yesterday at a meeting of the National Committee on Education and Human Resources Development, held to discuss a draft Government plan to implement sweeping reforms of the education sector, which was adopted by the Communist Party of Viet Nam’s Central Committee last year.
The action plan focuses on defining specific tasks of implementation for Government ministries to meet targets set under the Resolution.
Dung has instructed the Ministry of Education and Training to conduct consultations on the action programme, expected to be issued next month.
Participants also discussed the programme to revise high school textbooks after 2015 and the establishment of the National Committee on Education and Training Reform which will be launched next month.
The PM also asked the National Committee on Education and Human Resources Development to continue its consulting role and call for greater participation among experts and educators in the assessment of the project.

Graduation exams altered The Ministry of Education and Training on Monday announced this year’s national high school graduation exams which will have four subjects, including two compulsory and two
electives. A foreign language is not a compulsory subject in the exam.
Currently, students have to sit for six subjects, all of them are compulsory. — VNS

 

พอเราได้อ่านข่าวด้านการศึกษาในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับการศึกษาในไทยเราขณะนี้เป็นอย่างไร หลายประเทศกำลังเดินเต็มสูบไปข้างหน้าลูกเดียว เร่งการปรับเปลี่ยนระบบ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ gadget ต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง การใช้อุปกรณ์การสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งเด็กรุ่นใหม่เข้าถึงและเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้เร็วและดีกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา คราวนี้ถ้าระบบการศึกษายังไม่สามารถนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ในกระบวนการเรียนการสอน ทำให้เด็กรู้สึกไม่ค่อยสนใจต่อการเรียนสักเท่าไหร่ และการเรียนก็จะเกิดขึ้นเพราะในห้องเรียน เมื่อมีผู้สอนยืนอยู่หน้าห้องเท่านั้น ซึ่งการเรียนแบบนี้เป็นเรื่องของโลกเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว หรือสมัยที่ผมเป็นเด็ก ๆ (เขียนอย่างนี้แสดงว่าเราแก่มากแล้วสินะ) ผมว่าการเรียนไม่ใช่เฉพาะในห้องเรียนที่มีผู้สอนยืนอยู่หน้าห้องเท่านั้น เทคโนโลยีที่เด็ก ๆ ขอบใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์มือถือที่สามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้น่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และผู้เรียนรู้สึกสนุกกับการได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในห้องหรือการติดต่อกับผู้สอนได้ตลอดเวลา ผมคิดว่าน่าจะได้เวลาแล้วที่ต้องทบทวนตัวเราเองให้มากขึ้น ปรับกลยุทยธ์หรือกลวิธีการสอนที่สามารถเข้าถึงผู้เรียนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

สำหรับเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นการปรับกระบวนทัศน์ของการศึกษของประเทศ ผู้ที่รับผิดชอบหลักด้านนี้คือกระทรวงศึกษาธิการต้องเป็นหัวเรือใหญ่ในการคิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เฉพาะการเปลี่ยนชื่อองค์กรเท่านั้นนั้นนะ หรือมีกฎหมายต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ได้นำสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ก็ไม่เกิดประโยชน์

มาถึงวันนี้ประเทศไทยเราคงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยต่อไปอีก นี่ขนาดประเทศเวียดนามเริ่มขยับไปบ้าง ประเทศอื่นใกล้ ๆ กับภาคใต้เรา อย่างมาเลเซีย สิงค์โปร์เดินทางไปล้ำกว่าเรามากแล้ว

บดินทร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s