เขมรประเทศเล็กๆ ลุยปลูกยางกว่า 2 ล้านไร่ อีกไม่กี่ปีคาดทะลุ 3 ล้าน

 

 

 

 

557000001885601

ภาพถ่ายที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2556 โดยกลุ่มโกลบัลวิตเนส (Global Witness) ในสหรัฐระบุว่าเป็นพื้นที่เพิ่งจะถากถางแล้วเสร็จในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกัมพูชา เตรียมเป็นสวนยางของบริษัทหว่างแองซยาลาย (Hoang Anh Gia Lai) จากเวียดนาม ภายใต้สัญญาสัมปทานที่ได้ขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์ให้ต้องอพยพออกจากผืนดืนที่ทำกินมาหลายชั่วอายุคน ทำลายผืนป่าที่เคยสมบุรณ์ และกำลังเป็นวิกฤติการณ์ใหม่ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการจนถึงสิ้นปีที่แล้วทั่วกัมพูชามีพื้นที่สวนยางกว่า 2.6 ล้ารไร่. — Agence France-Presse/Global Witness.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ปัจจุบันกัมพูชามีพื้นที่สวนยางพาราจำนวนทั้งหมด 325,905 เฮกตาร์ (2,036,0906 ไร่) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 420,000 เฮกตาร์ (2,625,000 ไร) ในปี 2561 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า และเพิ่มเป็น 450,000 เฮกตาร์ (2,812,5000 ไร่) ในปี 2563 โดยมีเป้าหมายผลิตยางให้ได้ปีละ 4-5 แสนตัน ทั้งนี้ เป็นตัวเลขล่าสุดที่เผยแพร่โดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้และการประมง 

จำนวน 2.625 ล้านไร่ เป็นตัวเลขจนถึงสิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 280,563 เฮกตาร์ (1,753,518 ไร่) ในปี 2555 คิดเป็น 16.36% ในขณะที่นักลงทุน และเกษตรกรทั่วประเทศกำลังขยายการทำสวนยางออกไปอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวของทางการรายงานในสัปดาห์นี้

พื้นที่สวนยางทั้งหมดมีจำนวน 55,895 เฮกตาร์ (439,343 ไร่) อยู่ภายใต้โครงการเกษตรอุตสาหกรรมโดยหน่วยงานรัฐ อีก 135,446 เฮกตาร์ (846,537 ไร่) เป็นของนักลงทุนเอกชนภายใต้สัญญาสัปทานเช่าที่ดิน และ 134,563 เฮกตาร์ (841,018 ไร่) เป็นสวนยางบนผืนดินของราษฎร ทั้งเป็นเอกเทศ และภายใต้ความร่วมมือเกษตรพันธสัญญา

ปัจจุบัน มีราษฎรปลูกยางพารารวม 27,679 ครัวเรือน ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ คือ รัตนคีรี สตึงแตร็ง กระแจ๊ มณฑลคีรี กัมปงจาม กัมปงธม พระวิหาร พระตะบอง ไพลิน โพธิสัตว์ บ้านใต้มีชัย เสียมราฐ อุดรมีชัย เกาะกง พระสีหนุ กัมโป้ต เปรยแวง และ จ.สวายเรียง

ในปัจจุบัน ทั้งประเทศมีโรงงานผลิตและแปรรูปยางพารารวมกัน 65 แห่ง สำนักข่าวกัมพูชากล่าว

การปลูกยางพาราเป็นอาชีพที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลังจากราคาในตลาดโลกพุ่งขึ้นสูง โดยมีอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดยางพาราใหญ่ที่สุดเป็นแรงผลักดันสำคัญ

หลายปีมานี้ กัมพูชา และ 2 ประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆ ได้กลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติที่มุ่งเข้าไปแสวงหาสัมปทานที่ดินจำนวนมากๆ อายุเช่าตั้งแต่ 30-50 ปี ซึ่งนอกจากยางพาราแล้วพืชเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ เช่น ปาล์มน้ำมัน หรือต้นยูคาลิปตัสสำหรับผลิตเยื่อกระดาษก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่นกัน.

—————————–

ประเทศไทยคงประมาทกัมพูชาไม่ได้อีกต่อไปแล้วในเรื่องการปลูกยางพารา แต่ราคาของยางพารายังผันผวนพอสมควร ทุกรัฐบาลอ้างว่าเกิดจากตลาดโลก ซึ่งไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามตามสถิติโลกแล้ว ไทยเรายังครองอันดับหนึ่งในการผลิตยางธรรมชาติตามตารางด้านล่างนี้

ปริมาณการผลิตยางธรรมชาติของโลก

            หน่วย : พันตัน

ประเทศ

2541

2542

2543

2544

ไทย

2,250

2,382

2,640

2,614

อินโดนีเซีย

1,738

1,640

1,634

1,683

อินเดีย

591

620

627

611

มาเลเซีย

886

768

616

545

จีน

450

464

478

486

เวียดนาม

219

237

258

291

อื่นๆ

687

720

727

749

ทั้งหมดทั่วโลก

6,821

6,831

6,980

6,979

ที่มา : LMC Commodity Bulletin, April 2002

และประเทศที่นำเข้ายางมีสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่ง

ปริมาณการบริโภคยางธรรมชาติของโลก

                                                                                                                                            หน่วย : พันตัน

ประเทศ

2541

2542

2543

2544

สหรัฐอเมริกา

1,115

1,116

1,087

983

ญี่ปุ่น

708

733

753

729

จีน

867

920

1,000

1,070

อินเดีย

580

617

638

653

อื่นๆ

3,224

3,323

3,442

3,454

ทั้งหมดทั่วโลก

6,494

6,709

6,920

6,889

ที่มา : LMC Commodity Bulletin, April 2002

  • พื้นที่ปลูกยางพาราของประเทศไทย

 

พื้นที่ปลูกยางพาราหลักๆของไทยอยู่ในภาคใต้ 15 จังหวัด ภาคตะวันออก 6 จังหวัด รวมกับพื้นที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด  สำหรับเขตการปลูกยางของประเทศไทยแบ่งตามที่กำหนดจากกรมวิชาการเกษตรได้เป็น 2 เขตใหญ่ๆ คือ

1.เขตปลูกยางเดิม  กระจายใน 14 จังหวัดของภาคใต้ คือ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี  กระบี่  พังงา  ภูเก็ต  นครศรีธรรมราช  ตรัง พัทลุง  สงขลา  สตูล  ยะลา  ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึง 3 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ ระยอง  จันทบุรี  และตราด ตลอดจนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในภาคกลาง

2.เขตปลูกยางใหม่  กระจายใน 2 จังหวัดของภาคตะวันออก  คือ ชลบุรี  และฉะเชิงเทรา  และ 17 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  คือ กาฬสินธุ์ นครพนม  มุกดาหาร  เลย  สกลนคร  หนองคาย  อุดรธานี  หนองบัวลำภู  นครราชสีมา  บุรีรัมย์  มหาสารคาม  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  ศรีสะเกษ  สุรินทร์ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

จากภาพถ่ายดาวเทียมระหว่างปี 2529 ถึง 2539 เป็นพื้นที่ปลูกยางจำนวน 10.766 ล้านไร่ในปี 2529 เพิ่มเป็น 12.245 ล้านไร่ในปี 2539 โดย จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่ปลูกยางมากที่สุด ดังตารางที่ 18 ในขณะที่จังหวัดอำนาจเจริญมีพื้นทีปลูกยางน้อยที่สุด

บดินทร์

16 กุมภาพันธ์ 57

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s