BLUE SPIRIT: HOW BLUE YOU ARE.

วันที่ 29 ธันวาคม 2554

Blue Spirit: How Blue you are.

เรื่องของการมี allegiance หรือการมีความผูกพันต่อองค์กรที่เราเรียน ที่เราทำงานผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลายท่านคงเห็นตัวอย่างที่ดีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า สถาบันการศึกษาแห่งนี้ทำอย่างไรที่สามารถทำให้นิสิตที่จบการศึกษาจากที่นี่มีความรู้สึกผูกพันธ์ รักสถาบัน ยังพูดเล่น ๆ กับเพื่อนเลยว่า จุฬาฯ ได้ปลูกฝังเลือดสีชมพูให้ทุกคนซึมซับได้อย่างไร ไม่ว่านิสิตจะจบไปจากสถาบันการศึกษาแห่งนี้ไปกี่ปีแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกผูกพันกับจุฬาฯ ไม่เคยเสื่อมคลาย ทุกจังหวัดมีสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ และทุกวันที่ 23 ตุลาคม จะมีการรวมตัวพบปะกัน คุยกับศิษย์เก่าจุฬาฯ รู้สึกว่าเขามีเลือดสีชมพูกันทุกคน ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ ยังไม่เห็นสถาบันการศึกษาใดในประเทศไทยที่ศิษย์เก่ามีความผูกพันเท่าจุฬาฯ ผมเข้าใจว่าในระหว่างที่นิสิตหรือนักศึกษาอยู่กับสถาบันสี่ปี มหาวิทยาลัยมีกระบวนการที่ดีในการสร้างให้นักศึกษารู้สึกรักสถาบัน มอ.เราก็มีชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษาที่นักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงกิจกรรมซึ่งมีชั่วโมง “รักสถาบัน” ด้วย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว แต่เรื่องนี้เราคงต้องช่วยกันหลาย ๆ ฝ่ายมิใช่เฉพาะฝ่ายพัฒนานักศึกษา หรือกองกิจการนักศึกษาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เรื่องที่จะขอนำเสนอในวันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบรรยากาศเพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นสถาบันเดียวกันได้เช่นเดียวกัน ผมได้ idea ตอนเรียนอยู่ที่ Oklahoma State University ซึ่งมีสีประจำสถาบันนี้คือสีส้มและสีดำ ทุกคนที่ OSU จะสัมผัสทั้งสองสีนี้ได้โดยทั่วไป นับตั้งแต่เอกสารที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการของมหาวิทยาลัยจะปรากฎทั้งสองสีให้เห็นอย่างชัดเจน เว็ปไซด์มหาวิทยาลัยก็เน้นสีทั้งสองเช่นเดียวกัน บอร์ดประชาสัมพันธ์ ไวนิล หรือสื่ออื่น ๆ ทุกอย่างเขาสร้างให้นักศึกษาหรือบุคลากรในองค์กรของเขารู้สึกว่า “เราคือส้มดำ” จนถึงขนาดว่ามีข้อความในมหาวิทยาลัยเขียนว่า How Orange/Black You are ปรากฏตามสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดคือทุกวันศุกร์ เป็นวันแห่งสีส้ม (รู้สึกว่าเขาเน้นสีส้มมากกว่าสีดำ) หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ หรือบุคลากรทุกระดับชั้น ใส่เสื้อสีส้มกันมาทำงาน หรือมาเรียน เอาเป็นว่าวันศุกร์เราจะเห็นสีส้มไปทั้งมหาวิทยาลัย ถ้ามีใครใส่สีอื่นมาเรียนหรือมาทำงาน ทำให้รู้สึกว่าเป็นแกะดำทันที ผมว่าเรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับองค์กรมากขึ้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น เวลานั่งรถออกไปนอก campus ของ OSU ก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าชาวบ้านที่อยู่รอบนอกมหาวิทยาลัยก็เล่นกับเราด้วย เสื้อสีส้มเห็นกันเกร่อทั้งเมือง ตามห้างร้านต่าง ๆ แสดงว่าชาวบ้านก็ทราบเรื่อง Orange Spirit เหมือนกันหมด

คราวนี้ มอ.เราพอจะนำไอเดียนี้มาปรับใช้ได้หรือไม่ อย่างไร มอ.เรามีสีประจำมหาวิทยาลัยคือสีน้ำเงินหรือสีบลู เราจะสามารถสร้างบรรยากาศ Blue Spirit ให้เกิดขึ้นในสังคมแคบ ๆ ของเราได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะมีการรณรงค์ให้นักศึกษา บุคลากรทุกท่านใส่เสื้อสีบลูในวันศุกร์ คิดว่าไม่เลวเหมือนกัน คล้าย ๆ กับที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่มีการรณรงค์ให้ใส่เสื้อชุดล้านนาในวันศุกร์เช่นกัน เราคงต้องช่วยกันคิด และทำไปพร้อม ๆ กันมากกว่าที่จะทำกันเป็นส่วน ๆ ซึ่งจะเห็นภาพไม่ชัดมาก สีบลูของเราก็สีสวยดีเหมือนกัน ถ้าเราดีไซน์ดี ๆ สวย ๆ เชื่อว่าหลายคนคงน่าจะใส่กัน เอาง่าย ๆ เดี๋ยวนี้เรามีเสื้อ 5 ส. ประจำคณะต่าง ๆ ประจำสำนักงานต่าง ๆ เพียงแต่ว่าทุกคณะยังไม่เป็นเอกภาพกันสักเท่าไหร่ ดูเป็นสีต่าง ๆ นานา ไม่ได้คุยกันในภาพใหญ่ระดับวิทยาเขตหรือระดับมหาวิทยาลัย ฟังดูแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่เชื่อว่ามีผลกระทบในระดับภาพขององค์กรไม่เล็กนะครับ เป็นความรู้สึกจากข้างใน เราต้องช่วยกันหามาตรการต่าง ๆ ที่ดูแลให้นักศึกษามีความรู้สึกรักสถาบันนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะช่วงที่เขาเรียนกับเรา แต่เมื่อเขาจบออกไป เขาควรต้องมีความรู้สึกผูกพันกับที่นี่อยู่ต่อไป เมื่อนั้นสมาคมศิษย์เก่าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการพัฒนามหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคตด้วย

บดินทร์ 

2 thoughts on “BLUE SPIRIT: HOW BLUE YOU ARE.

  1. เป็นความคิดริเริ่มที่ดี
    ไม่ขัดข้องครับ

    แต่…การปลูกฝังให้เลือดเข้มข้นมากนั้น ก็มีอาการข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง
    คือเห็นเลือดสีอื่น ที่ต่างจากสีเลือดตัวเองนั้น ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่พวก ไม่เอามาร่วมงาน

    การปลูกฝังให้เกิดความผูกพันนั้น ทำได้หลายแบบ
    การสร้างวัฒนธรรมของสี เช่นสีเสื้อ สีกระเป๋า สีอุปกรณ์ต่าง ก็เป็นวิธีหนึ่ง
    ที่อยากให้ทำเสริมคือ การได้สัมผัสกับคนของสถาบัน
    เราต้องให้ศิษย์ที่ประสบความสำเร็จ ได้พบศิษย์ปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง
    มีการสื่อสาร เสนอผลงานและความสำเร็จจากทุกสาย เข้ามายังคนปัจจุบัน
    เช่น อธิบดีกรมนี้ จบจากมอ. คณะนั้น รุ่นนั้น
    ปลัดกระทรวงท่านนี้……
    รัฐมนตรีท่านนี้…….

    และก็ต้องเผื่อพื้นที่ ให้กับคนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาด้วย เช่นเลี้ยงลูกอบรมลูกดี
    ทำนาทำสวนอย่างขยันและตั้งใจ ค้าขายอย่างซื่อสัตย์ เป็นต้น

    เริ่มได้เลยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s