เรียนรู้สิ่่งรอบข้างเพื่อสร้างแรงบันดาลในการสู้ชีวิต

วันที่ 29 ธันวาคม 2554

เรียนรู้สิ่งรอบข้างเพื่อสร้างแรงบันดาลในการสู้ชีวิต

วันนี้เป็นวันที่คณะมส.จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2555 ณ ห้องน้ำพราว โรงแรมซีเอสปัตตานี ซึ่งต่างจากปี่ที่ผ่านมา ที่จัดงานวันปีใหม่ที่หน้าคณะ บรรยากาศในปีนี้ก็คึกคักพอสมควร มีการเตรียมการแสดงจากภาควิชาต่าง ๆ มีของรางวัลมากมาย และต้องปรบมือให้กับแม่งานครั้งนี้ด้วยคือสำนักงานเลขานุการคณะ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน จนทำให้งานออกมาดีมาก ทุกคนได้ของขวัญเล็กใหญ่แบ่งกันไปตามโชคของตนเอง เป็นการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ หลังจากที่เครียดกับการทำงานมาทั้งปีแล้ว กิจกรรมในลักษณะนี้สามารถสร้างสายใยแห่งความผูกพันระหว่างทุกคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี แต่เสียดายอยู่นิดเดียว เรามีอาจารย์เข้าร่วมงานน้อยไปหน่อย ถ้าสมาชิกทั้งคณะเข้าร่วมงานนี้ได้ ผมคิดว่าเราน่าจะมีความสุขได้มากกว่านี้แน่นอน

ในงานวันนี้ทีมผู้จัดได้เชิญศิลปินท่านหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่ เป็นศิลปินนักร้องคนใหม่ เพิ่งเข้าวงการ หลายท่านคงคุ้นกับรายการโทรทัศน์ช่อง 3 รายการหนึ่งชื่อ Thailand’s Got Talent ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้แก่คนไทยทุกคน ได้มาแสดงความสามารถในเรื่องต่าง ๆ ที่ตนเองมี นำมาแสดงให้ผู้ชมที่อยู่ทางบ้านโหวตคะแนนกันเข้ามาในรายการ และถ้าผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดได้ของรางวัลเป็นเงินล้าน และได้บ้านด้วย น่าจะจำกันได้ ผู้ชมได้มีโอกาสชมการแสดงที่แปลกใหม่ เห็นพรสวรรค์ และเห็นความตั้งใจในการแสดงของผู้เข้าประกวดหลาย ๆ คน และหนึ่งในนั้นคือมีคุณสมศักดิ์ เหมรัญ เป็นคนจังหวัดสงขลา ได้รางวัลที่สองจากการประกวดปี 2554 และในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของคณะมส. ปีนี้ คุณสมศักดิ์ ได้มาร่วมงานกับเราชาวคณะมส.ด้วย ต้องขอขอบคุณอ.จารึก สระอิ จากคณะศึกษาศาสตร์ด้วย ที่สามารถเชิญคุณสมศักดิ์มาร่วมงานในครั้งนี้ หลายท่านคงพอจะทราบดีเกี่ยวกับความสามารถของคุณสมศักดิ์ เขาเป็นคนที่มือข้างซ้ายไม่สามารถขยับได้เลย อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซด์ คุณแม่ต้องเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาของตนเอง เมื่อไปที่โรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าต้องมีการผ่าตัดแขน ซึ่งมีเส้นประสาทขาดไปทั้งหมด 8 เส้น และเมื่อผ่าเสร็จแล้วคุณหมอก็ยังไม่รับประกันอีกว่าจะสามารถหายเป็นปกติหรือไม่ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ผ่า และทำให้แขนข้างซ้ายขยับไม่ได้เลยจนถึงปัจจุบัน

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผมก็คือ เขาไม่เคยที่จะยอมแพ้กับโชคชะตาชีวิต เขาชอบเล่นกีต้าร์มาก แต่จะทำอย่างไรในเมื่อแขนข้างหนึ่งใช้การไม่ได้เลย ปกติแล้วเวลาดีดกีต้าร์ต้องใช้แขนทั้งสองข้าง เขาไม่เคยคิดว่าความพิการของเขาจะเป็นอุปสรรคต่อการทำในสิ่งที่ “หัวใจสั่งมา” ความพยายามของเขาต้องมีเป็นสองเท่า หรือสามเท่าจากคนปกติ โดยเฉพาะการ “ทำใจ” ก็ไม่ง่ายแล้ว เพราะจากที่ดี ๆ แล้วอยู่มาวันหนึ่งแขนอีกข้างหนึ่งใช้การไม่ได้ ความรู้สึกนี้มันรุนแรงมาก เอาเป็นว่าจนในที่สุดเขาเล่นกีต้ารฺแบบมือข้างเดียวได้อย่างสบาย ไพเราะมากด้วย การประกวดในรายการ Thailand’s Got Talent ในวันนั้น เขาเลือกเพลง “ศรัทธา” ของวงดนตรีหิน เหล็ก ไฟ ซึ่งมีเนื้อเพลงที่ให้แง่คิดดีมาก ๆ จนทำให้คณะกรรมการทั้งสามท่าน และผู้ชมที่นั่งชมใน Hall และทางบ้าน อดใจไม่ได้ที่จะไม่หลั่งน้ำตาออกมา ในงานเลี้ยงปีใหม่ของคณะมส. คุณสมศักดิ์ได้นำบทเพลง “ศรัทธา” ขึ้นมาร้องอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นคุณสมศักดิ์ ได้ขับร้องเพลงประกอบรายการน้ำท่วมของทางช่อง 3 รายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” นำมาออกอากาศทุกวันช่วง “มหาอุทกภัย” ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลปลายปี 2554 เพิ่งทราบเหมือนกันว่าเป็นเพลงที่คุณสมศักดิ์ร้อง ซึ่งตอนนี้เขาเป็นศิลปินสังกัดค่าย Sony Music ไปเรียบร้อยแล้ว เนื้อเพลงทั้งหมดที่ฟังในวันนี้นั้น ทำให้ผมรู้สึกตลอดระยะเวลาที่นั่งฟังเขาร้องเพลงว่า ชีวิตนี้เราต้องสู้นะ อุปสรรคในชีวิตเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่ละคนจะเจออย่างไรนั้น ไม่เหมือนกัน แต่สำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อเราเจอกับปัญหาและอุปสรรค เรากล้าที่จะสู้กับมันแค่ไหนมากกว่า อย่างเนื้อเพลง “ศรัทธา” ที่ว่าไว้คือ “ไม่มี ก็คงต้องมีสักวัน
ความฝันเป็นจริงต้องทนสู้ไป ไม่นาน เราคงจะได้สมใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทเพียงใดกว่าจะได้มา เส้นชัย ไม่มาต้องไปหามัน รางวัล มีไว้ให้คนตั้งใจ ขวากหนาม ทิ่มแทงก็ผ่านพ้นไป โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมาโอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ …” ฟังเพลงนี้ทีไร ทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้น และต้องบอกตัวเองเสมอว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดายจริง ๆ” ผมเชื่อมาตลอดเวลาว่า ความสำเร็จของคนเรา ไม่มีใครได้มาอย่างง่ายดาย เราเห็นความสำเร็จของคน ๆ หนึ่ง นั่นเป็นผลผลิตของความพยายาม ความทุ่มเท และความมุ่งมั่นทำงานของเขาต่างหาก ความสำเร็จเป็นผลของความพยายามจริง ๆ จะเห็นได้ว่าในหลาย ๆ ครั้ง เราชื่นชมกับความสำเร็จของคน ๆ หนึ่ง เรารู้สึกชอบ เพราะมันหอมหวานมาก แต่บางครั้งหลายคนอาจจะลืมไปว่า “กระบวนการ” ก่อนที่จะก้าวมาสู่ “ความสำเร็จ” มันไม่ง่าย และยากลำบาก ผมคิดถึงเรื่องนี้มาก ช่วงที่คุณสมศักดิ์ฝึกซ้อม เขาต้องต่อสู้กับสภาพจิตใจเขาแค่ไหน จะมีสักกี่คนที่รับรู้ในเรื่องนี้บ้าง กว่าจะเล่นกีต้าร์มือเดียวได้ ต้องใช้เวลาในฝึกซ้อมกี่ชั่วโมง ความสำเร็จที่เขาได้ นั่นเป็นรางวัลที่เขาสมควรได้รับจากความมุมานะ ความตั้งใจ ความทรมานที่ต้องต่อสู้กับตัวเอง และสังคมรอบข้าง

ผมคิดเสมอว่าสิ่งรอบข้างเรามีอะไรดี ๆ ที่เราสมควรเรียนรู้ และพยายามคิดตาม ว่ากว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ หรือกว่าจะสำเร็จได้มันคงไม่ง่าย ยิ่งเขามีความไม่สมบูรณ์ทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ หรือในเรื่องอื่น ๆ เช่นเงินทอง เป็นต้น เพราะทุกอย่างมัน “อยู่ที่ใจ”ทั้งสิ้น แล้วหันกลับมามองตัวเราเองบ้าง สภาพทางร่างกายก็คิดว่าเราพร้อมกว่า คิดว่าอุปสรรคต่าง ๆ น่าจะมีน้อยกว่า แล้วทำไมเราจะต้องท้อ ทำไมเราจะไม่สู้กับมัน ในเมื่อเราต้องการชิมรสหวานของความสำเร็จกันทั้งนั้น คล้าย ๆ กับว่า เราเป็นแค่ “อยาก” แต่ “ไม่ทำ” ถ้าเราลงมือทำมันบ้าง เชื่อว่าสักวันหนึ่งความสำเร็จเป็นของเราเช่นเดียวกัน ชีวิตนี้มีอะไรอีกเยอะที่คนเราต้องต่อสู้ โดยเฉพาะต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจของเราเอง จงเรียนรู้กับสิ่งรอบข้างเสมอ เพราะทั้งหมดคือ “บทเรียน” ที่เราต้องถอดรหัสออกมาศึกษา

บดินทร์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s