เมื่อมังกรเริ่มขยับ โลกต้องหันมามอง

วันที่ 18 ธันวาคม 2554 (2)

เมื่อมังกรเริ่มขยับ โลกต้องหันมามอง

การเดินทางของคณะจากมอ.ปัตตานีนำโดยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ผศ.ดร.ยุพดี ชัยสุขสันต์ พร้อมกับตัวแทนจากคณะหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมด 14 ชีวิต เดินทางออกจากประเทศไทยเช้าวันที่ 18 ธันวาคม 2554 มาถึงกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสายการบินไทย TG 614 ซึ่งเป็นการเดินทางมาที่ปักกิ่งเป็นครั้งแรกของผมด้วย พอมาถึงสนามบิน Beijing Capital International Airport (BCIA) มีการตรวจหนังสือเดินทางตามขั้นตอนของการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ต้องนั่งรถไฟเพื่อไปรับสัมภาระอีกอาคารหนึ่ง จากนั้นก็นั่งรถมินิบัส ที่ประสานงานโดยงานวิเทศสัมพันธ์ปัตตานีและหาดใหญ่มาพักที่โรงแรม Holiday Inn Express จากสนามบินมาที่พักก็ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเหมือนกัน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บมาก อุณหภูมิ -3 องศา สำหรับเราคนไทยก็ถือได้ว่าหนาวมากแล้ว แต่ไม่มีหิมะนะครับ ทุกคนที่หอบเสื้อหนาวและอุปกรณ์ป้องกันอากาศหนาว ต่างก็นำออกมาใช้ เพื่อไปรับประทานอาหารเย็นใกล้ ๆ โรงแรมเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง โชคดีมากทีเดียวที่โรงแรมที่เราพักมีร้านอาหารมุสลิมอยู่ร้านหนึ่ง ทุกคนก็เข้าไปทานในร้านนี้กันหมด รองฯ นิฟาริด ผอ.ยูโซ๊ะ และอีกหลาย ๆ คน รวมถึงผมด้วย สั่งบะหมี่น้ำชามใหญ่ เส้นหมี่นุ่มมาก พอดีกับจังหวะที่อากาศหนาว ได้ทานบะหมี่ร้อน ๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

ประเด็นที่ผมต้องการนำมานำเสนอวันนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของประเทศจีน เพราะไหน ๆ ก็อยู่ที่เมืองจีนแล้วในวันนี้ หลายคนทราบกันดีว่าประเทศจีนมีการปกครองแบบพรรคเดียวคือพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ขณะเดียวกันในเรื่องเศรษฐกิจ จีนได้นำระบบการตลาดมาใช้ ซึ่งแปลว่ามีการเปิดประเทศให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ในช่วงหลังมานี้ ถ้าเราสังเกตสินค้าต่าง ๆ ที่ขายในบ้านเรานั้น เป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าระดับล่าง ตลอดจนผลไม้ต่าง ๆ มากมาย เมื่อปีที่แล้วผมได้ไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย สินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาด ถ้าประเมินจากสายตาแล้ว คิดว่าเกินกว่าสามในสี่ระบุว่า Made in China เท่านั้นยังไม่พอ ตอนที่ผมอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เคยอ่านหนังสือพิมพ์ USA Today รายงานว่าสินค้าที่วางจำหน่วยใน hypermarket อย่าง Wal-Mart ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวนเกินกว่า 80% ผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน เสมือนหนึ่งว่าขณะนี้จีนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมของโลกเข้าไปแล้ว จีนสามารถผลิตได้ทุกอย่าง เศรษฐกิจจีนมีขนาดโตเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกาแล้ว แทนที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีนปิดประเทศมานานในช่วงคอมมิวนิสต์ ก่อนที่จะนำระบบการตลาดเข้ามาใช้ แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลกกว่าหมื่นสามพันล้าน และพื้นที่มีกว้างมหาศาล ประกอบกับทรัพยากรที่มีอยู่มากมาย และที่สำคัญที่สุดค่าแรงก็ถูก ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต การขยับตัวของจีนครั้งนี้ ทำให้โลกต้องหันมาให้ความสนใจมากขึ้น เป็น “มวยคู่ปรับของโลกตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา” ในอนาคตได้อย่างสบาย แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ความได้เปรียบของจีนด้านแรงงานหรือค่าแรง และความวิริยะอุตสาหะของคนจีน ถือว่าจีนมีต้นทุนในเรื่องนี้สูงมาก

ภาษาจีนขณะนี้ก็มีความสำคัญมากรองลงมาจากภาษาอังกฤษแล้ว การทำมาค้าขายกับจีน คงต้องอาศัยภาษาจีนมากขึ้นด้วย เพราะคนจีนอีกเยอะที่ยังไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้

แต่อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกหลาย ๆ เรื่องที่ชาวโลกกำลังเฝ้ามองกันอยู่เหมือนกัน ล่าสุดผมได้ชมสารคดีจาก Aljazeera เรื่อง Slavery: A 21 Century Evil ตอน Prison Slave (http://www.aljazeera.com/programmes/slaverya21stcenturyevil/2011/10/2011101091153782814.html) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักโทษในประเทศจีนถูกบังคับให้ทำงานหลายชั่วโมงในแต่ละวัน โดยนักโทษเหล่านั้นไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด ส่วนใหญ่เป็นการทำงานคล้ายกับการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกา จึงพอจะเข้าใจว่าทำไมสินค้าจากประเทศจีนถึงมีราคาที่ถูกกว่าประเทศอื่น

สรุปว่ามังกรจีนขณะนี้เริ่มขยับตัวอย่างช้า ๆ และทั้งโลกคงต้องให้ความสนใจกับมังกรจีนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีนักลงทุนจากจีนมีมากเป็นอันดับสองรองจากนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น

 

บันทึกที่ ห้อง 5051 โรงแรม Holiday Inn Express เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

บดินทร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s