กิจการวิเทศสัมพันธ์กับความท้าทายใหม่ของคณะมนุษย์ฯ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554

กิจการวิเทศสัมพันธ์กับความท้าทายใหม่ของคณะมนุษย์ฯ

พันธกิจหลักในการดำเนินงานของแต่ละคณะคือการผลิตบัณฑิต การทำวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ ที่สามารถเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม และคณะก็เป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาผู้รู้ นักวิชาการ ในแต่ละสาขาวิชาต่าง ๆ มากมาย และผลิตบัณฑิตหรือการหาองค์ความรู้ในยุคสมัยใหม่เพื่อให้ทันสมัยกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนี้นั้น คณะจะอยู่โดดเดี่ยวตามลำพังไม่ได้อีกแล้ว ความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ นักวิชาการ และพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาเพื่อให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ และเป็นบัณฑิตที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ คณะมส. เป็นคณะวิชาที่มีความหลากหลายในสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศอีก 8 ภาษา และฝั่งของสังคมศาสตร์ก็มีอีกจำนวนมากมายเช่นกัน ดังนั้นโดยตัวสาขาวิชาแล้ว คณะก็เป็นนานาชาติอยู่ในตัวอยู่แล้ว หรือกล่าวอีกนัยก็คือ คณะมส.มีความจำเป็นที่จะต้องมีความร่วมมือกับต่างประเทศด้วยประการทั้งปวง คณะมส.จะมีความเก่งด้านการสอนภาษาจีนหรือเกาหลีหรืออาหรับไม่ได้เลย ถ้าหากไม่มีความร่วมมือกับเจ้าของประเทศที่ใช้ภาษานั้น ๆ จากความจำเป็นข้างต้น คณะต้องพยายามหาพันธมิตรให้มากที่สุด พยายามสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรในต่างประเทศให้มาก ขณะนี้ความร่วมมือที่มีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน หรือสิงคโปร์ ก็เริ่มมีมากขึ้น และคาดว่าจะมีมากขึ้นกว่านี้อีกในอนาคต หากมองถึงภูมิภาคตะวันออกไกล คณะก็ได้สร้างสัมพันธ์กับหลายมหาวิทยาลัยในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เกาหลี ญี่ปุ่น ส่วนโลกอาหรับ ก็เริ่มมีการเปิดประเด็นการเจรจาผ่านสถานทูตกลุ่มประเทศอาหรับที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนก่อน ดูเหมือนว่าขณะนี้ คณะได้เพาะหว่านเมล็ดไปยังที่ต่าง ๆ หลายจุดแล้ว และ เชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะเห็นเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น จะค่อย ๆ เจริญเติบโตเป็นรูปเป็นร่างในอนาคต โดยผ่านกิจกรรมหรือโครงการในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้นความพร้อมของทุกฝ่ายของคณะ ก็ต้องมีความสอดคล้องกันด้วย สิ่งที่กำลังท้าทายเราในขณะนี้นั้นมีหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ขอกล่าวเพียงสองสามประเด็นเท่านั้น คือ

  1.     ความพร้อมด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ทั้งที่เป็นอาจารย์และนักศึกษา เพราะเมื่อเราพูดถึงต่างประเทศแล้ว สิ่งที่เราจะนึกถึงมาเป็นอันดับแรกก็คือภาษาอังกฤษก่อน เพราะเป็นภาษาสากลที่ทุกประเทศยอมรับว่าเป็นภาษากลางในการสื่อสาร คณะต้องเร่งพัฒนาในส่วนนี้ด้วย เชื่อว่าอาจารย์ของคณะหลายท่านมีความพร้อมอยู่แล้ว และยังมีอีกหลายท่านต้องการพัฒนาเพิ่มเติม เราจะทำอย่างไรให้บรรยากาศการใช้ภาษาอังกฤษถูกนำไปสื่อสารกับนักศึกษาบ้าง จะต้องทำอย่างไรให้นักศึกษารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็น และทุกคนคิดอยากจะพูด สื่อสารกัน แม้ว่าจะผิดกันไปบ้าง แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ยังรู้สึกกลัว หรือยังคิดว่าภาษาอังกฤษเป็น “ยาขม” ที่ไม่อยากเข้าใกล้ หากเราจะเดินทางไปพร้อมกันสู่ความเป็นนานาชาติแล้ว ต้องพยายามพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้นกว่าเดิม
  2.      การเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง การรู้เขารู้เรา เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก หากเราต้องการคบหาสมาคมกับใคร การเปิดใจรับในความแตกต่าง และร่วมกันเรียนรู้ เชื่อว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่รู้ ดังนั้นการเปิดใจ และเข้าใจในความแตกต่างโดยเฉพาะวัฒนธรรมของต่างประเทศ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จำเป็นต่อการเป็นนานาชาติ
  3.      การกระตือรือร้นด้านวิชาการ บ่อยครั้งการเจรจาความร่วมมือกับต่างประเทศ มหาวิทยาลัยต่างประเทศต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัย การเขียนบทความ และการนำเสนอผลงานทางวิชาการร่วมกัน การแลกเปลี่ยนตีพิมพ์ในวารสาร ดังนั้น คณะคงต้องพยายามผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบให้มากที่สุด เราจะทำอย่างไรให้เกิดกระแสที่ว่า ทุกครั้งที่เจอกัน เราจะทักกันว่าตอนนี้มีงานวิจัยกี่เรื่องแล้ว เสร็จไปกี่เรื่องแล้ว ไปเก็บข้อมูลวิจัยที่ไหนมา บทความตีพิมพ์ที่ไหนบ้าง เป็นต้น

จริง  ๆ แล้ว เข้าใจว่ามีอีกมากมาย ที่เป็นสิ่งที่ท้าทายเรา เมื่อเราต้องการเป็นนานาชาติทางด้านวิชาการ ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

 

ดีน พีเอสยู

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s