การหา model แก้ปัญหานักศึกษาเรียนอ่อน – HUSO Model

วันที่ 29 ตุลาคม 2554

การหา model แก้ปัญหานักศึกษาเรียนอ่อน

ตามที่ผมได้นำเสนอความคิดเห็นเรื่องปัญหานักศึกษาเรียนอ่อนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา และเข้าใจว่าอาจารย์มอ.ปัตตานี ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ มาวันนี้ผมได้แนวคิดอีกแนวคิดหนึ่งในการช่วยเหลือนักศึกษาเรียนอ่อน ไอเดียร์นี้ได้จากที่ประชุมคณะกรรมการคณะเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีนักศึกษาหลายคนขอโอนย้ายคณะ หลังจากที่เห็นผลการเรียนจากภาคการศึกษาที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ถกปัญหาเรื่องนี้ ไอเดียร์จากรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ อาจารย์นวมน จันทร์กลิ่น นำเสนอให้มีการจัดทำวิจัยอย่างจริง ๆ จัง ๆ ในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย เพราะปัญหาเด็กเรียนอ่อนนี้เป็นปัญหาที่มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาเขตใดก็ตาม และวิทยาเขตปัตตานีประสบมากกว่าใคร  มหาวิทยาลัยเองก็พยายามหาทางแก้ไข แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากนัก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์รับนักศึกษาที่อ่อนกว่าอีกหลาย ๆ คณะในวิทยาเขตปัตตานี นักศึกษาที่สอบติดในบางสาขาวิชา แต่พอเรียนไปแล้ว รู้ว่าตนเองเรียนไม่ได้ จึงขอโอนย้ายคณะหรือวิชาเอก จากข้อเสนอของรองฯ นวมนคือ อยากให้มีคณะวิจัยขึ้นมาหนึ่งชุด ศึกษาวิจัยเป็น case study นักศึกษาสาขาใดสาขาหนึ่งอย่างเป็นระบบ พยายามปรับแก้หรือให้ความช่วยเหลือในมิติต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ด้านวิชาการเท่านั้น เพราะผมเชื่อว่านักศึกษาที่เรียนอ่อน เขาอาจไม่รู้วิธีการเรียนที่ถูกวิธี โดยเฉพาะการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เพราะต้นแบบที่นักศึกษาจะเลียนแบบมีน้อยมาก มองหน้ามองหลัง ไม่ค่อยเห็นรุ่นพี่หรือเพื่อน ๆ อ่านหนังสือสักเท่าไหร่ ทำให้ตนเองรู้สึกว่าไม่ต้องอ่านก็ได้ หรือบางครั้งตนเองคิดอยากอ่าน แต่พอทำได้สักพัก ก็ล้มเลิกความพยายาม เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย หรือสร้างบรรยากาศที่เป็นบวก หากจะทำงานวิจัยครั้งนี้ คงต้องมองมิติเรื่องการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เน้นทักษะชีวิต ทักษะการเรียน การค้นคว้าวิจัย การใช้เวลาในแต่ละวัน ทักษะการเข้าสังคม เป็นต้น พยายามพัฒนาในองค์รวม (holistic approach) มากกว่าการมองแบบแยกส่วน หรือเฉพาะเรื่องวิชาการเท่านั้น หากเราลองศึกษาดูสัก 2 ปี หลังจากนั้น ทำการประเมินผล อาจไม่มองเฉพาะผลลัพธ์หรือ outcome เท่านั้น แต่เราจะมองในเรื่องกระบวนการ ทัศนคติ ซึ่งเป็นแบบ formative assessment ด้วย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าทำอย่างยิ่ง หากเราทำสำเร็จแล้ว เราก็จะได้ claim ว่าวิธีการแบบ HUSO Model น่าจะมีการนำไปใช้ในสาขาวิชาหรือคณะอื่น ๆ ในมอ.ก็ได้ การทำศึกษาวิจัยครั้งนี้ คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษา หรือผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ทั้งหมด ผู้วิจัยที่ต้องปรับปรุงรูปแบบ โดยประเมินการดำเนินการเป็นระยะ ๆ เป็นงานวิจัยแบบคุณภาพมากกว่า คณะก็ควรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้ว่าเราจะเหนื่อย แต่สุดท้าย หากเราทำสำเร็จ ทุกคนก็จะภูมิใจในการพัฒนาคน ซึ่งเป็นภาระหน้าที่หลักของอาจารย์ทุกคน

 

ดีน พีเอสยู

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s