งานบริการวิชาการกับอนาคตที่ท้าทายยิ่งนัก

วันที่ 25 ตุลาคม 2554

งานบริการวิชาการกับอนาคตที่ท้าทายยิ่งนัก

ภารกิจข้อหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน นอกจากการผลิตบัณฑิต การทำวิจัย และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทยแล้ว ก็ยังต้องมีการภารกิจด้านการบริการวิชาการให้แก่ชุมชน เข้าใจว่าการภารกิจข้อนี้ต้องการให้มหาวิทยาลัยสนใจและให้ความใส่ใจกับชุมชน นำความรู้ความสามารถของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยไปบริการให้สังคม ไม่ใช่อย่างที่หลายคนว่ากันคือ มหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนหอคอยงาช้างเท่านั้น ไม่เข้าไปสัมผัสชุมชน ทำให้ชุมชนก็ไม่กล้าเข้ามาขอความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย แต่คิดว่านั่นคงไม่ใช่ความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างแน่นอน เพราะปณิธานของมอ.คือ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” มหาวิทยาลัยคงต้องอยู่เคียงข้างชุมชน หรือสังคมต่อไป

 

คณะมส.ก็ได้มีการดำเนินการโครงการในรูปแบบต่าง ๆ มากมายตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา โดยนำความเชี่ยวชาญ ความชำนาญของบรรดาคณาจารย์ภายในคณะ ที่กระจายตามภาควิชาและแผนกวิชาต่าง ๆ ไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่สังคม ทั้งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินรายได้คณะ เงินงบประมาณแผ่นดิน จากโครงการพัฒนาเขตพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากการว่าจ้างของหน่วยงานภายนอกให้บุคลากรของคณะดำเนินการจัดทำโครงการ ซึ่งเมื่อปีงบประมาณ 2554 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วันที่ผ่านมา คณะได้บริหารจัดการโครงการ ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 5,141,500 บาท ซึ่งถ้าถามว่ามีจำนวนโครงการหรือเป็นเม็ดเงินมากหรือน้อยไปมั้ย ส่วนตัวแล้ว คิดว่ายังไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนบุคลากรของคณะมส. ซี่งมีเกือบสองร้อยคน ทั้งที่เป็นสายวิชาการและสายสนับสนุน มีสาขาวิชาต่าง ๆ มากมายกว่า 20 หลักสูตร และมีอายุยาวนานเกือบ 40 แล้ว แต่คิดว่าในเชิงจำนวนของโครงการนั่น ไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่ที่คิดว่าน่าเป็นห่วงมากกว่าก็คือ เกณฑ์การประเมินคุณภาพของสมศ. และสกอ. ได้ระบุถึงเรื่องของการนำผลการบริการวิชาการไปประยุกต์เข้ากับการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษา และการนำไปขยายผลไปสู่การทำวิจัยต่อไป ซึ่งในการประเมินคุณภาพเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา คณะประสบปัญหาในการตอบโจทย์สองข้อนี้ค่อนข้างมาก เพราะเป็นตัวบ่งชี้ตัวใหม่ หลังจากที่คณะได้ดำเนินการโครงการทุกอย่างเรียบร้อยไปหมดแล้ว

หลังจากนี้ต่อไป คณะต้องช่วยกันพิจารณากันว่า เราจะสามารถนำผลจากโครงการบริการวิชาการแต่ละโครงการ เข้าไปสู่กระบวนการเรียนการสอนได้อย่างไร ซึ่งข้อนี้มันยังไม่ยากเท่าข้อที่สอง คือการนำผลจากโครงการบริการวิชาการไปขยายต่อสู่การทำวิจัย และทั้งหมดต้องมีการหลักฐานอย่างชัดเจนว่าได้ไปดำเนินการจริง ผมว่าแบบประเมินโครงการบริการวิชาการจากนี้ไป ต้องช่วยกันนำมาพิจารณาให้ดี ว่าจะสามารถนำไปขยายผลต่อได้อย่างไร โจทย์ทั้งสองข้อเป็นสิ่งที่กำลังท้าทายความสามารถของอาจารย์ในคณะเป็นอย่างดี แต่คิดว่ามันไม่เกินความรู้ความสามารถของอาจารย์เราอย่างแน่นอน

 

ดีน พีเอสยู

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s