การเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาเข้าสู่อาเซียน

12 ตุลาคม 2554

ช่วงปีนี้จะเห็นได้ว่าส่วนราชการต่าง ๆ ของประเทศไทย มีการพูดถึงประชาคมอาเซียนหรือ ASEAN Community บ่อยมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะระยะเวลาที่เริ่ม “ระฆังยกแรก” ใกล้เข้า้มาทุกขณะแล้ว เหลือเวลาจากวันนี้ถึงวันที่ 1 มกราคม 2558 ไม่นานมากแล้ว

ในที่ประชุมวิชาการระดับชาติ 2554 เรื่อง “คุณภาพอุดมศึกษาไทยสู่สากล” จัดโดย สกอ. เมื่อวันที 8 -9 กันยายน 2554 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ผมไ้ด้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทย คณะมนุษยศาสตร์และสัีงคมศาสตร์ ได้มอบหมายให้รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (อาจารย์พรปวีย์) รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ (อาจารย์นวมน) และผม รวมเป็น 3 คน

ในที่ประชุมมีการบรรยายถึงเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่องเช่น การปฏิรูปการศึกษารอบสอง: บทบาทของ กกอ. สกอ. และสถาับันอุดมศึกษา ซึ่งผู้บรรยายก็เป็นตัวแทนจากสถาบันการศึกษาในระดับต่าง ๆ  มีการเสวนาเรื่อง การเตรียมความพร้อมของสถาบันอุดมศึกษาเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน บรรยายโดย ศ.นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน รศ.วิบูลย์ ชื่นแขก และผศ.มณี พณิชการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมสนใจเป็นพิเศษ และต้องการนำมาสื่อสารที่ตรงนี้

อย่างที่ทราบกันดีแล้วนะครับว่า เสาหลักของประชาคมอาเซียนมี 3 เสาคือ 1) การเมืองและความมั่นคง 2) เศรษฐกิจ และ 3)สังคมและวัฒนธรรม โดยสมาชิกอาเซียนได้ตกลงแล้วว่าปี 2015 หรือ 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเริ่มบังคับใช้ ซึ่งหมายความว่าสินค้า การบริการ การลงทุน แรงงาน สามารถไหลเข้าออกในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างง่ายดาย เสมือนหนึ่งเป็นประเทศเดียว

ท่านวิทยากรได้ให้ข้อคิดว่า บัณฑิตของไทยในอนาคต จะต้องมีความพร้อมในเรื่องต่อไปนี้

1. การเปิดใจรับความแตกต่าง กล้าเผชิญโลกกว้่างมากขึ้น เราต้องหากิจกรรมให้นักศึกษาได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้มากขึ้น การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพราะสังคมในอนาคตจะไม่ใช่เป็นสังคมเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว การสร้างทัศนคติที่เป็นบวก ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างมากขึ้น เป็นเรื่องที่จำเป็น

2. ความรู้ความสามารถในสาขาวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน นักศึกษาที่เลือกคณะหรือวิชาเอกนั้น ๆ จะต้องสร้างองค์ความรู้ให้ลึกซึ้งให้มาก ข้อนี้ก็เป็นบทบาทโดยตรงของอาจารย์อยู่แล้ว ที่ต้องถ่ายทอดเนื้อหาของรายวิชานั้น  ๆ ให้นักศึกษา ขณะเดียวกัน นักศึกษาเองก็ต้องมีความพยายาม มุุ่งมั่นที่จะใขว่หาความรู้ใส่ตัวให้มาก ๆ ไม่เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น การเข้าห้องสมุด การหาความรู้ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่นักศึกษาต้องฝึกฝนตัวเอง ให้รู้สึกว่าตัวเองยังหิวกระหายในการที่เรียนรู้ เหมือนกับคำพูดของ  Steve Jobs, (ที่ quote มาอีกทีหนึ่ง) CEO Apple ผุ้ล่วงลับไปไม่กี่วันมานี้ พูดว่า “Be hungry, be foolish”.

3. ทักษะทางภาษาต่างประเทศ และคอมพิวเตอร์ โดยวิทยากรทั้งสามท่านยอมรับเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า คุณภาพบัณฑิตไทยเรา น่าจะมีปัญหาเรื่องภาษามากที่สุด โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เมื่อเราหันไปดูประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แม้แต่เมียนม่า และเวียดนาม ประเทศเหล่านี้มีความพร้อมด้านภาษาอังกฤษมากกว่าเราเยอะ ผลงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นสรุปว่าบัณฑิตไทยไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ไม่ functional สรุปว่าใช้งานไม่ได้ แม้ว่าจะเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลาหลายปี หรือถ้านับเป็นชั่วโมงแล้ว น่าจะเป็นพันชั่วโมง ผมคิดว่ามอ.เรามีแนวคิดในเชิงยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษให้นักศึกษา ซึ่งน่าจะมาถูกทาง แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของหลาย ๆ ฝ่ายอยู่เช่น โดยเฉพาะคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่รับผิดชอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และระดับวิชาเอก วิชาโท เรื่องนี้คงต้องคุยกันอีกหลายครั้ง สำหรับเรื่องทักษะทางคอมพิวเตอร์ บัณฑิตในอนาคตอย่างน้อยที่สุดต้องใช้ Microsoft Office ได้ การทำเว็ป การติดต่อผ่านอีเมล์ การใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต เป็นต้น บทบาทของวิทยาเขต และคณะต่าง ๆ ที่จะรองรับการขยายฐานความรู้ในเรื่องนี้ต้องช่วยกัน อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าในเรื่องนี้ เห็นว่านักศึกษาเองก็ให้ความสำคัญเยอะขึ้น

4. การทำงานข้ามวัฒนธรรม อย่างที่เขียนไว้ในข้อ 1 ว่า สังคมแห่งอนาคตเป็นสังคมที่เป็นพหุมากขึ้น ผมกำลังคิดว่าคณะมส. มีกิจกรรมหรือโครงการร่วมกับประเทศมาเลเซีย หรือประเทศอื่น ๆ พอจะสนองตอบต่อข้อนี้ได้บ้าง แต่เรายังทำงานไม่ได้เป็น mass สักเท่าไหร่ เป็นเฉพาะกลุ่มวิชาเอก บางสาขาเท่านั้น เราัยังต้องขยายให้เป็นกิจกรรมที่นักศึกษาหลาย ๆ ส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

ผมว่าทั้งหมดนี้ เป็นโจทย์ข้อใหญ่สำหรับทุก ๆ คน ที่จะต้องช่วยหาคำตอบว่าจะทำอย่างไรให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งหมายถึงนักศึกษาเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพร้อมให้บัณฑิตของเราสามารถอยู่ในประชาคมอาเซียนได้อย่างมีศักดิ็ศรีต่อไป

บดินทร์ แวลาเตะ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s