Gallery

คำคมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตจาก Warren Buffet

บังเอิญได้พบเจอข้อความดี ๆ จาก Facebook ของเพื่อนคนหนึ่งที่ post ขึ้นมา และคิดว่าเป็นข้อความที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินใช้ทองในแ่ต่ละวันของเรา จึงอยากนำมาขยายต่อที่นี่ต่อ

สำหรับข้อมูลหรือประวัติของบุคคลผู้นี้นั้นมีความสนใจไม่แพ้ไปกว่าคำพูดของท่านเลย เขาคือ วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ นักการเงิน การลงทุนน่าจะรู้จักท่านผู้นี้ดี ผมจึงไปหาข้อมูลจาก Wikipedia ซึ่งได้ประวัติสั้นๆดังนี้  วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (อังกฤษ: Warren Edward Buffett) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 ที่โอมาฮา, เนแบรสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นนักลงทุน, นักธุรกิจชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์[4] เขาได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2008 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ โดยมีทรัพย์สินประมาณ $50.0 พันล้าน  มักจะได้รับฉายาว่าเป็นเทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา  หรือไม่ก็ ปราชญ์แห่งโอมาฮา และใน ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนเงิน 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แต่ถ้าได้เปิดดู YouTube ประวัติโดยละเอียดอีกนิดหนึ่ง จัดทำโดย BBC ยิ่งทำให้เราสนใจบุคคลผู้นี้มากขึ้น ลองมาศึกษาคำพูดจากประโยคที่ยกมาข้างต้น

ประเด็นแรกเรื่องการหาเงินหาทอง:  เราอย่าพึ่งรายได้จากที่เดียว ควรมีการลงทุนอื่นเพื่อสร้างเป็นแหล่งรายได้ที่่สอง สำหรับตัวผมเองแล้วแหล่งรายได้หลักคือเงินเดือนเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเลย และคิดว่าอีกหลายคนก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ก็เลยทำให้รายได้เราจำกัดและรู้เลยว่าในแต่ละเดือนเราจะมีรายได้เท่าไหร่ ถ้าเราสามารถนำเงินไปลงทุนไปทำอะไรสักอย่าง ก็น่าจะดีนะ

ประเด็นที่สองเรื่องการใช้เงิน: ถ้าเราซื้อของอะไรที่ไม่จำเ็ป็นสำหรับเราแล้ว อีกไม่นานเราคงต้องนำสิ่งของบางอย่างที่จำเป็นเอาไปขาย การใช้เงินบางครั้ง (หรือหลายครั้ง) เราซื้อของที่ไม่ค่อยจำเป็นสำหรับเรามากนักหรอก แต่บางครั้งที่ซื้อมา เนื่องจากเห็นคนอื่นมี เราอยากมีบ้าง อยากตามกระแส โดยไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นว่าเราต้องใช้จริงหรือเปล่า ผมเองก็ต้องเตื่อนตัวเองเสมอ ๆ ในเรื่องนี้ อย่างเช่นเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ ความจำเป็นหรือ applications ที่คนส่วนใหญ่ใช้กันเป็นประจำคือ การโทรออก รับสายเข้า ถ่ายรูป หรือบางคนใช้ต่อ internet ซึ่งถ้าเราซื้อโทรศัพท์ที่มี app ง่าย ๆ แบบนี้ราคาไม่กี่พัน แต่เมื่อเราเข้าไปในร้ายขายโทรศัพท์มือถือ พนักงานเชียร์ให้เราซื้อของที่มี app เยอะ ๆ สามารถใช้งานได้หมดเหมือนกับนักธุรกิจ เราก็อยากได้ แต่คราวนี้ ราคาก็แพงขึ้นตามไปด้วย เมื่อซื้อมาก็ไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่ใช้เลย app แปลก ๆ เหล่านั้น

ต่อไปเรื่องของการเก็บออม: บัฟเฟตต์บอกว่า เงินเก็บไม่ใช่เงินที่เราเหลือจ่าย แต่มันคือเราต้องใช้เงินที่เหลือจากที่เราเก็บ เรื่องนี้เราจะมองกันคนละมุม ส่วนใหญ่เมื่อได้รับเงินเดือนมา เราจะใช้ไปก่อน ว่าอะไรต้องจ่ายบ้าง ซึ่งมีสารพัดอย่างในแต่ละเดือน จากนั้นเมื่อเหลือเท่าไหร่ ค่อยนำไปเก็บเข้าธนาคาร ซึ่งผิดจากหลักการที่บัฟเฟตต์กล่าวไว้ เราต้องกำหนดเิงินเก็บให้ได้ก่อนว่าเท่าไหร่ จากนั้นค่อยมาบริหารจัดการเรื่องการใช้จ่ายประจำเดือน

เรื่องการประกันความเสี่ยงก็น่าสนใจนะครับ: ท่านบอกว่าเราอย่านำขาทั้งสองข้างไปจุ่มในแม่น้ำเพื่อต้องการวัดความลึกของมัน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เวลาทำอะไรลงไป โดยเฉพาะที่เรื่องที่เราไม่มั่นใจ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องความเสี่ยง เราอย่าทุ่มสุดตัว ไม่เผื่ออะไรอะไรแล้ว เมื่อพลาดขึ้นมา แปลว่าไม่มีอะไรเหลือแล้ว ต้องเผื่อใจไว้บ้าง เพราะอนาคตเราไม่สามารถหยั่งรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น

บดินทร์ แวลาเตะ

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s